การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัทฯ ในฐานะศูนย์กลางเชื่อมระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคมุ่งสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าและผู้บริโภคจะยังสามารถเข้าถึงสินค้า ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ควบคู่ไปกับส่งเสริมสินค้าจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการบริหารความเสี่ยงความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ส่งมอบ คู่ค้าธุรกิจ และพันธมิตรทางธุรกิจมุ่งสู่การยกระดับการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้มั่นใจว่าปริมาณสินค้ามีความปลอดภัย มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้
การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

-
เป้าหมายระยะยาวปี 2573
-
100% คู่ค้าทุกรายผ่านการประเมินด้าน ESG

-
100% คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูงได้รับการตรวจประเมินและแก้ไขปรับปรุง

-
-
เป้าหมายประจำปี 2568
-
100% ของคู่ค้านัยสำคัญ ได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนภายในปี 2568
-
-
ผลการดำเนินงานปี 2568
100% คู่ค้านัยสำคัญ ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืน
100% คู่ค้า ได้รับการฝึกอบรมและลงนามจรรยาบรรณทางธุรกิจ
100% คู่ค้าที่มีความเสี่ยงสูง ได้รับการประเมินหน้างาน
100% คู่ค้าที่มีผลกระทบเชิงลบ ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแล้วเสร็จ
100% คู่ค้านัยสำคัญเข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพ
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทฯ มีนโยบายยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ร่วมกับคู่ค้า (คู่ค้าที่มีนัยยะลำดับที่ 1 และลำาดับอื่น ๆ) ตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดโครงการพัฒนาความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน มาตรการแก้ไขเยียวยา นำไปสู่ผลดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้บูรณาการโครงการพัฒนาความยั่งยืนของคู่ค้า เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนพ.ศ. 2573 และติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงสื่อสารเป้าหมายการยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานให้กับคู่ค้าทุกราย (Supply Chain’s ESG Risk Assessment & Management) รวมถึงคู่ค้าทุกรายที่ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินด้านความยั่งยืนอย่างน้อย 33% และไม่ตกในข้อสำคัญ ก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจกับบริษัทฯ
ผลการประเมินความเสี่ยงบริษัทที่เกิดจากคู่ค้า
ด้านธุรกิจ / ด้านเศรษฐกิจ

ความเสี่ยงที่เกิดจากคู่ค้า ได้แก่ ความปลอดภัยของอาหารและคุณภาพของสินค้าจากคู่ค้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพ ความพึงพอใจ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัย และได้มาตรฐานส่งผลต่อชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ และความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้า นอกจากนี้ การเกิดวิกฤตด้านความปลอดภัยของอาหารอาจก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในแง่ของธุรกิจและความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญสูงสุดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค เพื่อสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจและรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาว
มาตรการจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ ได้พัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของอาหารและคุณภาพของสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เริ่มตั้งแต่การสรรหาวัตถุดิบ การเลือกผู้ผลิต ไปจนถึงการขนส่งสินค้า โดยมีการตรวจสอบและประเมินผู้ผลิตสินค้าและแหล่งที่มาอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าที่นำมาจำหน่ายมาจากแหล่งผลิตที่มีคุณภาพ บริษัทฯ ได้พัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยของอาหารตามแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น GLP, Q Mark, GHP, HACCP, และ GMP Codex และได้จัดให้มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ที่ชื่อว่า “i-Trace” ซึ่งใช้ QR Code แสดงข้อมูลต้นทางของสินค้า ลูกค้าสามารถสแกน QR Code ที่บรรจุภัณฑ์เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งผลิต การตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าได้โดยตรง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคติดต่ออย่างใกล้ชิด โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรที่เกี่ยวข้องในการติดตามข่าวสารและพัฒนามาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ การจัดการด้านความปลอดภัยครอบคลุมทั้งการป้องกัน การควบคุม และการตอบสนองต่อภาวะวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้บริษัทฯ มีความพร้อมในการรับมือและลดผลกระทบจากวิกฤตด้านความปลอดภัยของอาหาร
ด้านสิ่งแวดล้อม

ความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ได้แก่ ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ห่วงโซ่อุปทาน และความยั่งยืนขององค์กร ภาวะวิกฤติด้านทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ อากาศ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในทุกภาคส่วน บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจ การใช้พลังงาน และต้นทุนในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มแรงกดดันต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
มาตรการจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ สนับสนุนให้คู่ค้าหลักทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ และผู้รับเหมา ตั้งแต่การผลิต ขนส่ง จัดเก็บ กระจายสินค้า และจัดจำาหน่าย ร่วมกันลดการปลดปล่อยคาร์บอน ผ่านกิจกรรมรับมอบรางวัล Supply Chain Sustainability Excellence Award รวมไปถึงกำหนดให้คู่ค้าต้องมีเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นหนึ่งในเกณฑ์ที่ใช้ประเมินประจำปีของคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินโครงการ "เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรบนที่ราบสูง"โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ ให้ความรู้ และส่งเสริมเกษตรกรในภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำแล้งเรื้อรัง นำไปสู่การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และป้องกันการสูญเสียอาหาร (Food loss) บริษัทฯ ร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาทำวิถีเกษตรอินทรีย์ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ใช้ระบบหยดน้ำ หยุดการใช้สารเคมีฆ่าแมลง และปรับเปลี่ยนสู่การทำเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้บริษัทฯ ยังให้ความรู้แก่เกษตรกร โดยแนะนำชนิดของผักผลไม้ที่ใช้น้ำน้อย และมีความต้องการสูงจากผู้บริโภค เพื่อป้องกันการสูญเสียอาหาร และรับซื้อผลิตผลจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อจัดจำหน่ายที่สาขาทั่วประเทศ
ด้านสังคม

ความเสี่ยงจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ความเสี่ยงที่เกิดจากการที่คู่ค้า ไม่ปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อองค์กรในแง่กฎหมาย ชื่อเสียง และความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้การไม่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนและแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กร และนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนในกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ รวมถึงความเสี่ยงด้านการเลือกปฏิบัติและการถูกคุกคามในสถานที่ทำงาน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและภาพลักษณ์ของบริษัทฯ นอกจากนี้ การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือมาตรฐานด้านแรงงาน อาจนำไปสู่ผลกระทบทางกฎหมาย และการสูญเสียความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ลูกค้า พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจ
มาตรการจัดการความเสี่ยง
กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ได้ถูกนำมาใช้ในการประเมินและปรับปรุงนโยบายสิทธิมนุษยชน และอบรมคู่ค้าให้ทราบนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ตรวจสอบคู่ค้าธุรกิจและผู้รับเหมาหลัก เพื่อประเมินความเสี่ยงและผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างสม่ำเสมอ ในด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2573 โดยมีการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 45001 และประกาศกฎพิทักษ์ชีวิต 10 ข้อ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดอบรม

การพัฒนาความยั่งยืนในคู่ค้า
บริษัทฯ มีนโยบายยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ร่วมกับคู่ค้า (คู่ค้าที่มีนัยยะลำดับที่ 1 และลำดับอื่น ๆ) ตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดโครงการพัฒนาความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืน มาตรการแก้ไขเยียวยา นำไปสู่ผลดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ ได้บูรณาการโครงการพัฒนาความยั่งยืนของคู่ค้า เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนพ.ศ. 2573 และติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด รวมถึงสื่อสารเป้าหมายการยกระดับความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทานให้กับคู่ค้าทุกรายภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการ CG & SD (ในระดับคณะกรรมการบริษัท) เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลและตัดสินใจเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ESG ในห่วงโซ่อุปทาน โดยมีคณะทำงานขับเคลื่อน (Steering Team) ประกอบด้วยหัวหน้าฝ่ายประกันคุณภาพ (QA) ฝ่ายจัดซื้อ และฝ่ายปฏิบัติการ เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) ให้มั่นใจได้ว่าการดำเนินงานด้านการจัดซื้อกับผู้จัดหามีการทบทวนอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ Supplier Code of Conduct และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับข้อกำหนดด้าน ESG ทั้งนี้ ทีมจัดซื้อ ทีม QA และทีมปฏิบัติการของบริษัท ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของตนภายใต้โครงการ Supplier ESG
คู่ค้าทุกรายได้รับทราบว่าผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน จัดเป็นเงื่อนไขในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะถูกยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่กำหนด (โดยต้องมีคะแนนผ่านเกณฑ์คัดเลือกด้าน ESG ไม่ต่ำกว่า 33% และต้องไม่น้อยกว่า 55% ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือก่อนต่อสัญญา) ทั้งนี้คู่ค้าที่มีผลการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับที่ดี จะถูกนำมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกคู่ค้า เพื่อจัดซื้อสินค้า ว่าจ้าง หรือต่อสัญญา
กรอบการพัฒนาความยั่งยืนในคู่ค้า
แนวทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของบริษัท
บริษัทฯ ได้ส่งมอบคู่มือการดำเนินธุรกิจสำหรับคู่ค้า หรือ Supplier's Code of Conduct ให้กับคู่ค้าทุกราย โดยบริษัทฯ ได้สื่อสารฝึกอบรม และเผยแพร่คลิปวีดีโอเพื่อการเรียนรู้บน เว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้กับคู่ค้า ทั้งนี้คู่ค้าทุกรายจะได้รับการฝึกอบรม โดยผู้บริหารสูงสุด หรือผู้ได้รับมอบหมายต้องลงนามปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืน และถือเป็นหนึ่งใน สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
การคัดกรองคู่ค้า
คู่คู่ค้าที่มีนัยสำคัญ คือคู่ค้าที่ได้รับการระบุว่าเป็นคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืน โดยการคัดกรองคู่ค้าที่มีความเสี่ยงด้านความยั่งยืนนั้นจะได้รับการทบทวนความเสี่ยงด้านผลกระทบเชิงลบทั้งทาง ESG และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น โดยพิจารณาครอบคลุมถึงความเสี่ยงจากปัจจัยประเทศ ภาคธุรกิจ และความเสี่ยงที่เฉพาะเจาะจงต่อสินค้า
| ผลลัพธ์ 2568 การคัดกรองคู่ค้า | |
|---|---|
| คู่ค้าลำดับ 1 ทั้งหมด | 3,490 |
| คู่ค้าสำคัญในกลุ่มคู่ค้าลำดับ 1 | 1,049 |
| % ยอดซื้อของคู่ค้านัยสำคัญในกลุ่มคู่ค้าลำดับ 1 | 63.52% |
| คู่ค้านัยสำคัญในกลุ่มไม่ใช่คู่ค้าลำดับ 1 | 3 |
| คู่ค้านัยสำคัญในกลุ่มคู่ค้าลำดับ 1 และที่ไม่ใช่ลำดับ 1 | 1,052 |

กระบวนการประเมินและพัฒนาด้าน ESG คู่ค้า
การตรวจประเมินด้วยแบบประเมิน
คู่ค้ารายใหม่ และคู่ค้าปัจจุบันทุกราย ต้องผ่านการประเมินด้วยแบบสอบถามประเมินคู่ค้า ตามมาตรฐาน SMETA, ISO 17025 และ ISO 20400 โดยต้องแนบหลักฐานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับข้อคำถาม โดยบริษัทมีการฝึกอบรมชี้แจงและมีเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน
คู่ค้ารายใหม่ และคู่ค้าปัจจุบันทุกราย ได้รับการสื่อสารให้ทราบว่าผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน จัดเป็นเงื่อนไขในสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง จะถูกยกเลิกสัญญา หากไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่กำหนด (โดยต้องมีคะแนนผ่านเกณฑ์คัดเลือกด้าน ESG ไม่ต่ำกว่า 33% ในปีแรก และต้องไม่น้อยกว่า 55% ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือก่อนต่อสัญญา) ทั้งนี้คู่ค้าที่มีผลการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับที่ดี จะถูกนำมาเป็นหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาคัดเลือกคู่ค้า เพื่อจัดซื้อสินค้า ว่าจ้าง หรือต่อสัญญา
การตรวจประเมินหน้างาน
เกณฑ์การพิจารณาคู่ค้าที่ต้องได้รับการประเมินหน้างาน คือ คู่ค้าที่มีคะแนนต่ำ (ต่ำกว่า 33%) หรือ มีความเสี่ยงด้าน ESG เช่น ความปลอดภัยและคุณภาพสินค้า ความเสี่ยงด้านการละเมิด สิทธิมนุษยชน การปฏิบัติด้านแรงงาน ผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม มีข้อร้องเรียน/พิพาท ฯลฯ จะถูกพิจารณาการประเมินหน้างานสถานประกอบการ ของคู่ค้า
ส่งเสริมการบริโภคสินค้าที่ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน
ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มุ่งเน้นการส่งเสริมให้ห่วงโซ่อุปทาน ผลิตและส่งมอบสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความยั่งยืนต่าง ๆ โดยในปี 2568 ทําให้มียอดซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรองเพิ่มขึ้น ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ยอดซื้อกลุ่มพืชผลทางการเกษตรยั่งยืน
| ประเภท | การรับรองมาตรฐานการผลิต ด้านสังคม หรือสิ่งแวดล้อม | % ยอดซื้อสินค้า ที่ได้รับการรับรอง | % ยอดการ สั่งซื้อ |
|---|---|---|---|
| น้ำมันปาล์ม | RSPO, RSB, ISCC | 100 | 2.17 |
| ถั่วเหลือง | RTRS, Pro Terra, CRS, ISCC+ | 81.26 | 1.87 |
| น้ำตาล | BON Sucro, Fairtrade, Vive | 92.25 | 1.09 |
| โกโก้/กาเกา | Fair trade, UTZ, Rainforest Alliance, Bird Friendly | 42.91 | 0.51 |
| กาแฟ | IRTAC, SRP, Global G.A.P, BRC, Rainforest Alliance, UTZ, Fairtrade | 33.51 | 2.86 |
| ธัญพืช | GAP,FTA Gold, Global G.A.P, BRC | 42.28 | 2.54 |
| ฝ้าย | Fair Trade-certified cotton BCI, GOTS, OCS, GRS, RCS , Global organic textile standard | 12.34 | 0.44 |
หมายเหตุ:% ยอดซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรอง = ยอดซื้อกลุ่มที่ได้รับการรับรอง/ยอดซื้อพืชผลเกษตรทั้งหมด % ยอดการสั่งซื้อ = ยอดซื้อพืชผลเกษตรชนิดนั้น/ยอดซื้อสินค้าทั้งหมด
ยอดซื้อกลุ่มโภคภัณฑ์เกษตร
| ประเภท | การรับรองมาตรฐานการผลิต ด้านสังคม หรือสิ่งแวดล้อม | % ยอดซื้อสินค้า ที่ได้รับการรับรอง | % ยอดการ สั่งซื้อ |
|---|---|---|---|
| สัตว์น้ำ | ASC, G.A.P., BAP, Non-GMO, BRC, GMP | 31.16% | 0.47% |
| เนื้อวัว (ไม่รวมนม) | G.A.P., AAWC, BRC, GMP | 20.17% | 0.53% |
| ผลิตภัณฑ์นม | G.A.P., AAWC, BRC, GMP, Fairtrade | 30.87% | 3.82% |
| สุกร | G.A.P., AAWC, BRC, GMP, Fairtrade | 76.41% | 7.81% |
| สัตว์ปีก (ไม่รวมไข่) | G.A.P., AAWC, BRC, GMP | 59.35% | 6.96% |
| ประมง | MSC, MSC Chain of Custody, G.A.P., ATBF | 39.31% | 1.47% |
หมายเหตุ: % ยอดซื้อสินค้าที่ได้รับการรับรอง = ยอดซื้อกลุ่มที่ได้รับการรับรอง / ยอดซื้อโภคภัณฑ์เกษตรทั้งหมด % ยอดการสั่งซื้อ = ยอดซื้อโภคภัณฑ์เกษตรชนิดนั้น/ยอดซื้อสินค้าทั้งหมด
นโยบายสวัสดิภาพสัตว์และสินค้าออร์แกนิค
บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าที่ผลิตเนื้อสัตว์ทุกราย ต้องผ่านประเมินแรกเข้า และประเมินซ้ำทุก 3 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าในกระบวนการผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค โดยคู่ค้าทุกรายต้องมีผลการทดสอบสารเคมี และสารตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐานสากล จากสุ่มตรวจสอบทุกลอตตลอดปี
100%
ไม่ใช้ยา ปฏิชีวนะ
100%
ไม่ใช้เนื้อสัตว์ GMO หรือโคลนนิ่ง
100%
ไม่ใช้ฮอร์โมน กระตุ้นการเติบโต
100%
สุ่มประเมิน ทุกล็อตสินค้า
โครงการของเรา
โครงการ “ส้มปลอดภัย คนไทยยิ้มได้ ปีที่ 12”
โครงการข้าวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice)
โครงการ “เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของเกษตรกรบนที่ราบสูง”
สินค้าของบริษัทฯ ที่ได้รับการรับรอง ASC MSC และสินค้าออร์แกนิค
โครงการ "ไม่จับ-ไม่ซื้อ-ไม่ขาย สัตว์น้ำทะเลวัยอ่อน”
โครงการนวัตกรรม “บรรจุภัณฑ์ยั่งยืน ด้วยหยวกกล้วย”
โครงการ “Shelf Ready Display”
การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบในด้านสิ่งแวดล้อมและหลักปฎิบัติที่ดีสำหรับคู่ค้า
“ซีพี แอ็กซ์ตร้า จับมือ อย. ยกระดับอาหารปลอดภัยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค”
โครงการ "จัดหาอย่างยั่งยืนสำหรับวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับปลาทูน่า"
โครงการ “ประมงเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Fishery)”
โครงการส่งเสริมไข่ไก้ไร้กรง